วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2552

หุ่ยเต็กจุนอ๋อง - 惠澤尊王

南安葉氏先祖惠澤尊王



หุ่ยเต็กจุนอ๋อง (惠澤尊王) หรือ กงเต็กถาว (廣德侯) มีชื่อเดิมว่า เอี๊ยบซิ้ม (葉森) บิดาชื่อเอี๊ยบเต๋งเหี้ย (葉廷显) มารดาแซ่ตัน (葉門陳氏) เกิดวันที่สิบเดือนสิบสอง (誕辰為農曆十二月初十) ในยุคราชวงศ์ซ้องใต้ (ปี ค.ศ.๑๑๘๙) รัชสมัยซุนฮี (生於南宋淳熙年間) ณ บ้านโกเตียน หล่ำอั่ว ฮกเกี้ยน(祖籍為中國福建省南安市高田人) ท่านมีน้องชายหนึ่งคนชื่อว่า เอี๊ยบส่ำฮอก(葉三復)

จากบันทึกที่พบในศาลเจ้าบรรพบุรุษบ้านหล่ำอั่ว ได้กล่าวไว้ว่าในคืนที่ท่านถือกำเนิดนั้นได้มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นมากมายในบ้านของท่าน รวมไปถึงทั้งหมู่บ้านหล่ำอั่วอีกด้วย โดยปรากฎเป็นแสงสว่างสุกใสเหนือบ้านของท่าน และมีกลิ่นหอมฟุ้งกระจายในบ้านรวมไปถึงบริเวณใกล้เคียง และหลังจากที่ท่านถือกำเนิดออกมา ก็ปรากฎมีแสงสีม่วงพุ่งขึ้นจากห้องทำคลอดไปสู่ท้องฟ้า

ในปี ค.ศ.๑๒๐๑ ท่านมีอายุครบสิบสามปี ก็สามารถท่องจำและแต่งบทกลอนต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล้ว เมื่ออายุครบยี่สิบปีท่านก็ถือได้ว่าเป็นบัณฑิตที่เก่งกาจผู้หนึ่ง ถือแม้นว่าท่านอยู่เกิดในครอบครัวบัณฑิตแต่ท่านก็ตัดสินใจที่จะเรียนวิชาบู้เพิ่ม เพื่อป้องกันตนเอง ครอบครัว และเพื่อช่วยประเทศชาติในสภาวะสงคราม ท่านจึงตัดสินใจเรียนวิชาบู้เมื่ออายุได้ยี่สิบเอ็ดปี จนกระทั่งหลายปีต่อมาท่านก็เรียนรู้วิชาบู้จนคล่องแคล้ว และเข้ารับใช้ชาติ โดยเข้าต่อสู้กับพวกกบถและผู้รุกราน

ในปี ค.ศ.๑๒๒๑-๑๒๒๓ ท่านได้ปราบขบถและผู้รุกราน มีความดีความชอบจนได้รับพระราชทานรางวัลและตำแหน่งจากราชสำนักซ้อง และหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดสงครามระหว่างซ้องกับกิม(金朝)ขึ้น

ปี ค.ศ.๑๒๔๕ ท่านมีอายุ๕๗ ปี ท่านได้สละชีวิตตัวเองเข้าช่วยเหลือฮ่องเต้ซ้องที่ถูกกองทหารกิมบุกทำร้าย หลังจากที่ท่านเสียชีวิตลง ด้วยความจงรักภักดีขอท่าน ฮ่องเต้ได้ประทานชื่อท่านเป็นกงเต็กถาว (广德侯)

หลังจากที่อาณาจักรกิมโดนโค่นล้มลงในสมัยราชวงศ์หมิง ก็ได้มีการสร้างศาลเจ้าเพื่อสดุดีวีรกรรมของผู้รักชาติในสมัยซ้องใต้ขึ้น และ ศาลเจ้าบรรพบุรุษเพื่อรำลึกถึงหุ่ยเต็กจุนอ๋องก็เป็นหนึ่งในนั้น และได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีโดยชาวฮกเกี้ยนหล่ำอั่ว จนถึงปัจจุบัน

ลักษณะของกิมสิ้นของท่านจะมีลักษณะดังนี้ (惠澤尊王特徵)

- หน้าแดงหรือดำ (赤/黑面,雙凸眼)
- มือขวาจับเข็มขัด และมือซ้ายวางบนเข่า (右手托戴,左手扶膝)
- เท้าทั้งสองวางบนที่พักเท้าของเก้าอี้ (雙足踏座底)

เพราะลักษณะของกิมสิ้นหุ่ยเต็กจุนอ๋องที่คล้ายกับของโกยเส้งอ๋อง(廣澤尊王) ทำให้มีการเข้าใจผิดกันมากระหว่างเทพเจ้าสององค์นี้ อีกทั้งโกยเส้งอ๋องยังมีชื่อเรียกอีกนามหนึงด้วยว่า โปอันหุ่ยเต็กจุนอ๋อง (保安惠澤尊王) ซึ่งคล้ายกันมาก ทำให้คนเข้าใจผิดไปกันใหญ่ครับ

惠澤尊王寶誥

至心皈命禮。
皇天佑善。賜子於門。
森之嚴考積善德。
紫气迎眸得麟子。
幼能辨萬詞。
弱冠辯群英。
文滔武略為宋臣。
光宗祖基封王侯。
抗金難。護城河。
媲岳穆。齊三傑。
至忠至勇。至仁至誠。
大宗廣德侯。
威武惠泽尊王。

วัดของท่านที่หล่ำอั่ว


วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2552

ทิหู้หง่วนโส่ยโปก่อ - 鐵元帥寶誥


鐵元帥寶誥

至心皈命禮。
六丁之精。金闕猛使。
值殷商之末。妖氛沖天。
憐群氓無助。奉旨降世。
膽落天地。勇武無敵。
殺烏兔於水潁。
降火馬於陰山。
殲魔鬼於野火廟中。
擒妖狐於紫虛樓下。
協助玄武。平靖六魔。
救民濟世。清寧海宇。
至猛至烈。至威至靈。
東嶽駕前十太保。
猛烈鐵元帥。威靈靈佑侯。

ทิฮู้หง่วนโส่ย - 鐵府元帥


ทิหง่วนโส่ย (鐵元帥) หรือ ทิเทียนกุน (鐵天君) หรือจอมพลทิ (鐵府元帥) คือหนึ่งในสามสิบหกจอมพลสวรรค์ (三十六天將之鐵頭元帥) และเป็นหนึ่งในสิบไท่โป้ (東嶽十太保) ของตั่งกักไต่เต่ (東嶽大帝) โดยทำหน้าที่ในการปราบปีศาจและทำลายพลังชั่วร้ายต่างๆ

ทิหง่วนโส่ยมีชื่อจริงว่า ทิถ่าว (鐵頭) เกิดในสมัยปลายราชวงศ์เซียง (941 – 841ก่อนปี ค.ศ. 生于商末朝代) ณ บ้านโจ่วเสีย (家鄉於石城) ท่านมีชาติกำเนิดที่น่าสนใจดังนี้ คือ จากบันทึกเทพเจ้าในศาสนาเต๋า ทิโท่วนั้นแท้จริงแล้วคือ รูปแบบ(ปาง,อวตาร)หนึ่งของแม่ทัพลักติง (六丁之氣) ที่ได้รับคำสั่งจากหยกหองซ่งเต่ (玉皇大天尊) ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยเหลือประชาราษฎ์จากการกดขี่ข่มเหงของราชวงศ์เซียง (商朝)

หลังจากที่ได้รับโองการสวรรค์ ทิหง่วนโส่ยก็ได้ลงมาบนโลกมนุษย์เพื่อเสาะหามารดาของตนเองก่อน ด้วยความช่วยเหลือจากจอมพลสวรรค์ท่านอื่น ทิหง่วนโส่ยก็ได้มาถึงบ้านโจ่วเสีย และได้พบกับสตรีแซ่ก่าน (顏氏女) ซึ่งเป็นหญิงสาวพรมจรรย์และเป็นผู้ประพฤติธรรม และในคืนนั้นเอง ทิง่วนโส่ยก็ได้เข้าฝันหญิงแซ่ก่านท่านนี้ และบอกกล่าวให้ทราบว่าตนเองจะมาเกิดเป็นลูกชายของนางและเด็กชายที่เกิดมานี้ จะนำความสงบสุขมาให้ประชาชน

หญิงแซ่ก่านหลังจากตื่นขึ้นจากความฝัน บังเกิดเป็นกระแสพลังร้อนพุ่งเข้ากระแทกท้องของนาง หลังจากนั้นนางก็ตั้งท้อง จวบกระทั่ง 10เดือนต่อมานางก็ให้กำเนิดเด็กผู้ชาย ซึ่งก็คือทิหง่วนโส่ยในวันขึ้นเจ็ดค่ำเดือนห้า (農曆五月初七日) แต่เนื่องจากนางเป็นหญิงพรมจรรย์ไม่ได้แต่งงานแต่อย่างใด ดังนั้นนางจึงให้แซ่ลูกชายนางว่า ทิ (鐵) ซึ่งแปลว่าเหล็กหรือทองแดงเป็นเพราะนางต้องการให้ ลูกชายของนางเมื่อเติบโตขึ้นมีความแข็งแร่งและกล้าหาญอดทนเหมือนเหล็กนั้นเอง

ยี่สิบปีต่อมา ทิหง่วนโส่ยเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มที่กล้าหาญ มีนิสัยโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือผู้คนอยู่เสมอ ปีหนึ่งราชสำนักเซียงได้ส่งกองทหารออกเกณฑ์ชายหนุ่มเพื่อไปเป็นทหาร และมีทหารเลวจำนวนหนึ่งทำการปล้นสดมชาวบ้าน เมื่อทิหง่วยโส่ยรู้เข้า ท่านและเพื่อนจึงจัดตั้งกำลังขึ้นเพื่อสู้รบกับทหารเลวเหล่านั้น

ต่อมาท่านได้เดินทางศึกษาวิชาเวทมนต์ต่างๆเพิ่ม โดยเดินทางไปเสาะหาอาจารย์ตามที่ต่างๆ จนท้ายที่สุดท่านได้เดินทางมาถึงภูเขาอิมซาน (陰山) และได้เรียนวิชาอาคมจากนักพรตเต๋า

หลังจากได้ศึกษาวิชาอาคมได้เป็นระยะหนึ่ง อาจารย์ของท่านได้ให้ท่านลงเขามอบภาระกิจช่วยราชวงศ์จิว (周朝) กู้แผ่นดิน โดยให้ท่านไปอยู่กับ จิวบุ๋นอ๋อง(姬昌) เพื่อต่อสู้กับกษัตริย์จอมชั่วร้ายติวอ๋อง จากราชวงศ์เซียง

ในระหว่างทางท่านได้เดินผ่านป่าบนเขาอิมซานซึ่งเป็นที่อยู่ของปีศาจม้าไฟ (火馬โห้ย หม่า) และท่านได้ค้างคืนที่นั้น ตกกลางคืนพอท่านเริ่มหลับตานอน เจ้าปีศาจม้าไฟก็ปรากฎกายขึ้นและจะจับท่านกินเป็นอาหาร ทันทีที่ท่านได้รับรู้ถึงไอปีศาจคุกคามถึงตัว ท่านได้ใช้ขวานเหล็กของท่าน (鐵釜ท่าน อาจารย์ของทิหง่วนโซ่ยมอบให้) เข้าต่อสู้และปราบปีศาจม้าไฟได้สำเร็จ และตั้งแต่นั้นมาเจ้าปีศาจม้าไฟก็ได้ติดตามเพื่อรับใช้ท่านทิหง่วนโส่ย

จากนั้นไม่นานท่านได้เดินทางพบกับค่ายทัพของราชวงศ์จิวและได้เข้าไปแนะนำตัวกับ จิวบุ๋นอ๋อง และได้รับราชการในกองทัพร่วมกับขุนพลคนอื่นๆในการวางแผนการรบ

ในการศึกขั้นแตกหักกับกองทัพราชวงศ์เซียง ทิหง่วนโซ่ยได้เข้าไปในเขตพระราชฐานหอจี้ฮี (商宮紫虛樓) เพื่อฆ่าปีศาจจิ้งจอก หลังจากที่ฆ่าปีศาจจิ้งจอกตาย ทันใดนั้นปีศาจไฟก็ได้ก็ล้อมท่านและใช้ไฟปีศาจเข้าเผาท่านในทันที จนกระทั่งท่านโดนปีศาจไฟเผาจนตาย (เราจึงเห็นกิมสิ้นของทิหง่วนโส่ยเป็นสีดำนั้นเอง)

หลังจากวิญญาณของท่านออกจากร่าง ก็ได้ล่องลอยไปสู่สรวงสวรรค์ (天庭) เพื่อเข้าเฝ้าหยกหองซ่งเต่ (玉皇大帝) และได้รับการสดุดีและได้รับการแต่งตั้งยศเป็นที่ 威靈靈佑侯孟烈鐵元帥จากนั้นท่านก็ได้เข้าเป็นหนึ่งในสามสิบหกจอมพลสวรรค์ (玄天上帝) เพื่อติดตามเหี่ยนเทียนซ่งเต่ในการปราบพลังปีศาจชั่วร้ายต่อไป

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2552

เตียวเซียนไต่เต่ - 張仙大帝



เตียวเซียน (張仙)หรือ เตียวเซียนไต่เต่ (張仙大帝) เป็นเทพเจ้าที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพแห่งการคุ้มครองเด็กรวมไปถึงดูแลคุ้มครองจิตวิญญาณของเด็กที่ยังรอการคลอดออกมาอีกด้วย

ตามความเชื่อเรื่องเทพเจ้าในศาสนาเต๋า ได้มีหลายบันทึกเกี่ยวกับเตียนเซียนที่แตกต่างกันไป แต่ที่นิยมกันมากที่สุดคือเชื่อกันว่าเตียวเซียน มีชื่อเดิมว่า เตียวอ้วนเสี่ยว (張遠霄) เกิดในสมัยห้าราชวงศ์สิบประเทศ (ปีค.ศ.907 – 960 生于五代十國) ณ เขาเหมยซาน (家鄉於中國眉山)

ช่วงวัยเด็กท่านเป็นเด็กฉลาดสามารถจดจำวรรณกรรม และความรู้ต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล้ว และยังสามารถนำองค์ความรู้นั้นมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันของท่านได้อย่างน่าอัศจรรย์ จวบกระทั่งในวัยหนุ่มท่านได้เดินทางท่องเที่ยวในบริเวณบ้านเกิดเพื่อใช้ความรู้ที่ท่านมีช่วยเหลือคนอื่น

ในวันหนึ่งขณะที่ท่านกำลังใช้ชีวิตประจำวันอยู่นั้น ได้มีชายแก่ซึ่งมีดวงตาสี่ตาปรากฎกายขึ้นต่อหน้าท่าน และชายแก่สี่ตาได้มอบคันธนูและไข่มุกสีทอง (竹弓金彈) ให้กับท่านเตียวอ้วนเสี่ยว และได้กล่าวว่า ของวิเศษสองสิ่งนี้จะช่วยให้ท่านได้ช่วยเหลือชาวบ้านในยามประสบภัยพิบัติต่างๆ จากนั้นชายแก่สี่ตาก็อันตธารหายไป หลังจากนั้นท่านก็ได้ฝึกใช้อำนาจของวิเศษทั้งสองสิ่งจนชำนาญ

ในปีที่เตียวอ้วนเสี่ยวสำเร็จเป็นเซียนวิเศษ ปีนั้นเองได้เกิดโรคประหลาดขึ้นในบ้านเกิดของท่าน ท่านจึงอาสาที่จะสืบสาเหตุของโรคระบาดนั้น หลังจากที่ท่านได้ทำการสืบดูก็พบว่าสาเหตุของโรคนั้นเกิดจากพลังชั่วร้ายของปีศาจสุนัขดำ(天狗) ท่านจึงใช้คันศรและไข่มุกวิเศษยิงปีศาจสุนักดำจนสิ้นฤทธิ์ จนทำให้เกิดความสงบสุขในหมู่บ้านขึ้นอีกครั้ง

หลังจากที่ท่านสำเร็จเป็นเซียนวิเศษ ท่านหยกอ๋องซ่งเต่ได้แต่งตั้งท่านเป็นที่ 九天輔元開化靈應張仙大帝七曲毓聖天尊 โดยมีหน้าที่คุ้มครองเด็กๆและคุ้มครองวิญาณเด็กที่จะมาเกิดจากพลังชั่วร้ายต่างๆตั้งแต่นั้นมา

วันเกิดของท่านเตียวเซียนคือ วันที่ยี่สิบสามเดือนสิบเอ็ดจีนครับ (農曆十一月廿三日)

張仙大帝寶誥 

志心皈命禮。
桂香上殿。文昌左宮。
七十二化之法身。
百千萬劫之運數。
育嗣天下。演教人間。
金彈竹弓隨身帶。
孤辰寡宿滅形蹤。
扶小子而衛通關。
蔭閨房而護難產。
聰明日益。痘疹減消。
難育者祈之便育。
難痊者禱之必痊。
大悲大願。大聖大慈。
九天輔元開化。
靈應張仙大帝。
七曲毓聖天尊。

หยกอ๋องซ่งเต่ - 玉皇上帝


ในคัมภีร์ 高上玉皇本行集经 ได้กล่าวไว้ว่า หยกอ๋องนั้นเป็นลูกของ 光严凈乐国王 และ 宝月光皇后 ตอนที่ท่านถือกำเนิดนั้นมีแสงรัศมีส่องสว่างไปทั่วอาณาจักรเลยทีเดียว วัยเด็กท่านเป็นเด็กที่มีความฉลาด ใจดี และมีเมตากรุณามาก เมื่อท่านเจริญอายุขึ้น ก็ใช้สมบัติในท้องพระคลังช่วยเหลือคนจน บริจาคทานแก่คนยากไร้ ช่วยเหลือคนพิการ และอื่นๆ (ประมาณว่าความดีทั้งหลาย ท่านทำหมด) หลังจากที่บิดาตาย ก็ปฏิเสธการรับสืบทอดเป็นกษัตริย์ แต่มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือคนทุกข์ยากต่อไป

ท่าน ตัดสินใจขึ้นภูเขา 普明香岩山 เพื่อบำเพ็ญเต๋า หลังจากที่ท่านบำเพ็ญเต๋าได้ ๓๒๐๐ กัลป์ ก็สำเร็จเป็น จินเซียน 金仙 หรือ 自然觉皇 จากนั้นอีกล้านล้านกัลป์ ท่านจึงสำเร็จเป็น หยกอ๋องซ่งเต่


เต้าโบ้และกิ้วอ๋องไต่เต่ - 斗姆 萬星之母

เต้าโบ้ (斗姆) นั้น ท่านอุบัติขึ้นมาก่อนการเกิดเหตุการณ์บิ๊กแบง (大爆炸/大霹靂) เมื่อประมาณ หนึ่งแสนสี่หมื่นล้านปีที่แล้วครับ โดยที่โลกของเรา (地球) เพิ่งจะเกิดขึ้นได้แค่ เก้าหมื่นหนึ่งพันล้านปี (大約九十一億年前) และเต้าโบ้นั้น ได้อุบัติขึ้นเมื่อหนึ่งพันสองร้อยสามสิบล้านล้านปี (เต้าโบ้นั้น เกิดขึ้นหลังจากที่มีซานชิงครับ - 與元始天王一氣化三清的一千二百三十億萬年之間﹐斗姆誕生了)

ก่อน หน้าเหตุการณ์บิ๊กแบงนั้น จักรวาลของเราจะมีลักษณะยืดหยุ่นเป็นก้อนเดียวครับ ซึ่งทางเต๋าจะเรียกช่วงนี้ว่า 混元期 หรือ 無極界 จากนั้นเจ้าก้อนจักรวาลนี้ได้ดูดเอาพลังจากภายนอก (外來之陽氣) เข้ามาในก้อนนี้เรื่อยๆ โดยที่พลังงานภายนอกที่โดนดูดเข้ามานี้ เต๋าจะเรียกว่า 生為斗父 โดยพลังภายนอกนี้เกิดการปะทะกับพลังภายใน內在之陰氣 ซึ่งเต๋าเรียกว่า “เต้าโบ้” 生為斗姆 และเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง (陰陽相極之氣相碰) นี้คิอเหตุการณ์การปะทะกันของหยินและหยางอย่างรุนแรงที่สุด หรือเหตุการณ์บิ๊กแบงนั้นเอง而導致天文學中所稱之為的大爆炸/大霹靂)

ขณะ ที่เกิดเหตุการณ์บิ๊กแบงนั้น ได้มีพลังงานความร้อนและรังสีในช่วงคลื่นต่างๆ ได้ถูกปล่อยออกมาอย่างมากมาย จึงทำให้เต้าโบ้นั้น มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า 巨光天后 ซึ่งแปลว่าแสงสว่างอันหาประมาณมิได้ (在兩極之氣相碰之時﹐巨大光芒及熱量被釋放﹐因此﹐斗姆又被稱之為巨光天后或紫光夫人) และ 紫光夫人 ซึ่ง แปลว่าแสงสีม่วง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วงความถี่สเปรคตัมของแสงสีม่วงนั้นจะเป็นแสงที่มีความร้อนมากที่สุด และผลของการเกิดบิ๊กแบงนั้นทำให้เกิดอนุภาคที่เราเรียกว่า ดวงดาว นั้นเองครับ (在碰撞之後﹐因大能量的產生﹐小小星體因此而誕生)

พลังงาน ที่เกิดขึ้นจากการปลดปล่อยของบิ๊กแบงนั้นทำให้เกิดจักรวาลของเราและเกิดดวง ดาวต่างๆขึ้นมากมายครับ ซึ่งหลังจากการเกิดบิ๊กแบงใหม่ๆนั้น ดวงดาวต่างๆยังเป็นกลุ่มก๊าซที่มีความร้อนสูง หลังจากที่ผ่านช่วงเวลาหนึ่ง พวกดาวเหล่านั้นก็เริ่มเย็นลงและมีขนาด น้ำหนัก และมีตำแหน่งโคจรที่ชัดเจนขึ้นในจักรวาล เพราะดวงดาวเกิดใหม่เหล่านี้ เริ่มมีแรงโน้มถ่วงและแรงดึงดูดระหว่างกัน เกิดเป็นวงโคจร ตามตำแหน่งต่างๆ เช่นกลุ่มดาวปักเต้า北斗星 ดาวจี๋เหว่ย 紫微星 ดาวเที้ยนอ๋อง天皇星 และดาวอื่นๆ เป็นต้น เราอาจจะพูดได้ว่าหลังจากที่มีการเกิดขึ้นของดาวต่างๆแล้ว นั้นก็คือการอุบัติขึ้นของเทพเจ้าในทางเต๋านั้นเองครับ

แล้ว เต้าโบ้เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้กำเนิดกิ๋วอ๋องไต่เต่ ได้อย่างไร นั้นเป็นเพราะกิ๋วอ๋องไต่เต่นั้น คือดาวเก้าดวงที่เกิดขึ้นหลังจากบิ๊กแบงนั้นเองครับ แต่ยังมีดาวอีกสองดวงที่เกิดขึ้นก่อนกิ๋วอ๋องไต่เต่ ผมจะลำดับวงศ์ของเต้าโบ้และกิ้วอ๋องไต่เต่ดังนี้ครับ

ทางเต๋าเองก็แยกวงศ์ของเต้าโบ้ ออกเป็นสองแบบครับ (ให้ดูรูปประกอบ) ซึ่งอธิบายได้ดังนี้ครับ

龍漢祖劫天帝周御國王斗父天尊

Emperor of Long Han Zu Jie Zhou Yu Kingdom (Dou Fu) Father of All Star Lords

聖德巨光天后大聖圓明斗姆天尊

Empress Sheng De Ju Guang (Dou Mu) Mother of All Star Lords

中天萬星教主中央紫微北極大帝

Emperor Zi Wei

(ถือ ได้ว่าเป็นลูกคนแรกของทั้งผังครอบครัว ที่๑และ๒ ครับ แต่ในผังครอบครัวที่ ๒ จื่อเหว่ย ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในกิ้วอ๋องไต่เต่ครับ แต่เป็นเทพเจ้าที่แยกฉายเดี่ยวออกมาแทน)

中天萬神之主勾陳上宮天皇大帝

Emperor Tian Huang

(นับ เป็นลูกคนที่สองครับ ของทั้งผังครอบครัว ที่๑และ๒ แต่ในผังครอบครัวที่ ๒ เทียนหวง ไม่ได้ถูกรวมอยู่ในกิ้วอ๋องไต่เต่ครับ แต่เป็นเทพเจ้าที่แยกฉายเดี่ยวออกมาแทนอีกเช่นกัน )

中天大聖北斗第一陽明貪狼大道星君

Lord Bei Dou Tan Lang (1st Star - Visible)

中天大聖北斗第二陰精巨門大道星君

Lord Bei Dou Ju Men (2nd Star - Visible)

中天大聖北斗第三真人祿存大道星君

Lord Bei Dou Lu Chun (3rd Star - Visible)

中天大聖北斗第四玄冥文曲大道星君

Lord Bei Dou Wen Qu (4th Star - Visible)

中天大聖北斗第五丹元廉貞大道星君

Lord Bei Dou Lian Zhen (5th Star - Visible)

中天大聖北斗第六北極武曲大道星君

Lord Bei Dou Wu Qu (6th Star - Visible)

中天大聖北斗第七天關破軍大道星君

Lord Bei Dou Po Jun (7th Star - Visible)

中天大聖北斗第八洞明左輔大道星君

Lord Bei Dou Zuo Fu (8th Star - Invisible)

(ดาว ดวงนี้จะมองไม่เห็นครับ และในผังครอบครัวที่๑ จะแยกท่านออกมาเป็น ผู้ช่วยของเต้าโบ้แทนครับ ส่วนในผังครอบครัวที่สอง จะโดนนับเป็นลูกคนที่แปด)

中天大聖北斗第九隱光右弼大道星君

Lord Bei Dou You Bi (9th Star - Invisible)

(ดาว ดวงนี้จะมองไม่เห็นเช่นกัน และในผังครอบครัวที่๑ จะแยกท่านออกมาเป็น ผู้ช่วยของเต้าโบ้แทนครับ ส่วนในผังครอบครัวที่สอง จะโดนนับเป็นลูกคนที่เก้า)

ผังครอบครัวแบบที่ ๑


ผังครอบครัวแบบที่ ๒

ส่ำกวนไต่เต่ - 三官大帝


三官大帝 คือผู้เป็นใหญ่ในโลกสามโลก ตามความเชื่อของศาสนาเต๋านั้น สามโลกที่ว่าคือ ฟ้า(สวรรค์), ดิน และน้ำครับ (是天官、地官和水官) ทั้งสามไม่ใช่พี่น้องกันนะครับ เป็นตำแหน่งที่มีขึ้น เพื่อดูแลทั้งสามโลกในสงบเรียบร้อยครับ และ เทียนกวนนั้น ก็ไม่ใช่ หยกอ๋องซ่งเต่ แต่อย่างใดนะครับ เพราะหยกอ๋องนั้น เป็นใหญ่ทั้งสามโลกเลย พูดง่ายๆ ว่า เป็น บอส (boss) ใหญ่อีกที

ในสมัยโบราณนั้น การบูชาฟ้าดินและน้ำ สงวนไว้ให้กับกษัตรย์เท่านั้นนะครับ ชาวบ้านนั้นอนุญาติให้บูชาบรรพบุรุษได้อย่างเดียว (上古祭祀天地水是皇帝的權利 ,庶民百姓只能祭祖) อย่างไรก็ตามการบูชา 三官大帝 นั้น ก็เข้าถึงชาวบ้าน และป๊อปปูล่าสุดๆ ก็ในสมัยฮั่น (漢朝時期)เนื่องจาก เตียวเทียนซือ(正一天師張道陵) เอาพิธีกรรมนี้มาเผยแผ่ให้ชาวบ้านครับ โดยสมัยนั้นเมื่อเกิดเหตุเภทภัย โรคระบาดต่างๆ เตียวเทียนซือจะประกอบพิธีกรรมร่วมกับชาวบ้านเพื่อบูชา ส่ำกวนไต่เต่ 三官大帝 เพื่อให้ภัยภิบัติบรรเทาหรือหายไป โดยจะทำ เป็นหนังสือที่เรียกว่า 三官手書 (หนังสือเขียนด้วยลายมือ) สามเล่ม แล้วเอาไปไว้บนภูเขา, ฝังดิน และให้จมลงในแม่น้ำครับ ต่อมาในสมับราชวงศ์เหนือใต้ ส่ำกวนไต่เต่ก็ได้ถูกเอามารวมกับ 上中 下三元神(Spirits of the Three Origins)

天官大帝 หรือ 天官賜福 ในทางเต๋าจะเรียกว่า 上元一品賜福天官 หรือ จื่อเว่ยต้าตี่ 紫微大帝 นั้นเองครับ โดยท่านมีหน้าที่ในการดูแลชี่เขียวเหลืองขาว (青黃白三氣) และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของโลกสวรรค์ โดยในวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนหนึ่งจีน (เพิ่งผ่านมา) ท่านจะลงมาสำรวจบุญบาปในโลกมนุษย์ ครับ (วัน 上元 งัยละครับ)

地官大帝 หรือ 中元二品赦罪地官 หรือ 清虛大帝 หน้าที่ของท่านคือดูแลโลกของดิน และจัดระเบียบชี่ที่เรียกว่า 元洞混靈之氣 (ขออภัย ไม่รู้จะเรียกเป็นภาษาไทยอย่างไร) รวมไปถึงดูแลเทพเจ้าแห่งขุนเขาทั้งห้า และเซียนมนุษย์ (總主五帝五嶽諸地神仙) วันที่สิบห้าเดือนเจ็ด ท่านจะมาที่โลกมนุษย์เพื่อสำรวจบุญบาป

水官大帝 หรือ 下元三品解厄水官 หรือ 洞陰大帝 ผู้ดุแลโลกของน้ำ, ชี่ของลม และทะเลสาปฒ โลกหลังความตาย รวมไปถึงเซียนที่เกิดจากน้ำทั้งหมด ทุกๆวันที่สิบห้าเดือนสิบ ท่านจะลงมาสำรวจบุญบาปในโลกมนุษย์ครับ

แปะเฮาะต่งจื้อ - 白鶴童子




白鶴童子 เป็นรูปแบบ (form หรือคนไทยเรียกว่า ปาง หรือ อวตาร) หนึ่งของเซียนนกกระเรียนขาวครับ จากตำนานได้กล่าวไว้ว่า กระเรียนขาวนี้ได้บำเพ็ญเพียรที่เขาคุนหลุน(崑崙山)จนสำเร็จเป็นเซียน

วันหนึ่ง 白鶴童子 ในร่างของมนุษย์ได้เดินเล่นอยู่บนเขาคุนหลุน ชมวิวชิวๆ จนลืมดูทาง ได้เกิดพลัดตกลงเหวลึก บาดเจ็บจนปีกหักสลบไป แต่เมื่อตื่นขึ้นมา ปรากฎอัศจรรย์ว่าท่านไม่ปวดหรือบาดเจ็บเหมือนตอนแรกตกลงมา

ขณะ ที่ 白鶴童子 กำลังประหลาดใจอยู่นั้น ท่านก็เห็นเซียนวิเศษท่านหนึ่งนั้นก็คือ ฉางเซิงต้าตี้ (長生大帝) หรือ โซ่วซิง (壽星) นั้นเอง ท่านจึงนั่งคุกเข่าและขอบคุณเซียน 壽星 ที่ช่วยเหลือท่าน และขอติดตาม 長生大帝 เพื่อปรณนิบัติและศึกษาเต๋าต่อไป

ตั้งแต่ เหตุการณ์ตกเหว เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญของ 白鶴童子 มาก จนพลังในการใช้ปีกได้หายไป วันหนึ่งขณะที่โซ่วซิงและ 白鶴童子 กำลังเหาะไปสวรรค์อยู่นั้น ก็ผ่านจุดเกิดเหตุคือหน้าผาแห่งนั้นพอดี โซ่วซิงต้องการสอนศิษย์เลยผลัก 白鶴童子 ตกลงจากเมฆที่เหาะอยู่ ขณะที่ 白鶴童子 ตกลงจากเมฆลงไปในหน้าผานั้น ความกลัวเก่าๆของท่านก็ปุดๆๆๆผุดขึ้นมา ขณะที่ท่านตกใจกลัวนั้น เสียงของ เซียนโซ่วซิงผู้เป็นอาจารย์ ก็ตะโกนลงมาว่า "จงขจัดความกลัวของเจ้า จงใช้พลังของเจ้าทำให้ปีกบินได้อีกครั้ง"

白鶴童子 ได้ยินคำสั่งสอนของ อาจารย์ ก็ตั้งสติขจัดความกลัว รวมพลังจิตให้เป็นสมาธิ รวบรวมพลังไปสู่แผ่นหลัง ทันใดนั้น ท่านก็สามารถลอยตัวอยู่บนอากาสได้ และสำเร็จเป็นเซียน

ดังนั้นชาว บ้านจึงนับถือท่าน ในความเป็น สัญญลักษณ์ของความกล้าหาญในการต่อสู้กับความกลัวในจิตใจ อีกทั้งรวมไปถึงสัญลักษณ์ของพลังพิเศษต่างๆด้วย

อีก ตำนานหนึ่ก็บอกว่าท่านเป็นศิษย์คนแรกและคนเดียวที่เป็นสัตว์ของ ง่วนสีเทียนจุน (元始天尊) ว่ากันว่าท่านมีความฉลาดมาก ง่วนสีเทียนจุนให้ทำอะไรหรือสอนอะไรก็จะจดจำและเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว จนท่านสำเร็จเต๋า ก้ได้ช่วยงานทางด้านงานขีดๆเขียนๆให้กับง่วนสีเทียนจุน เช่นการทำรายงานเตือนพวกเทพต่างๆในโลกสวรรค์ หรือทำรายงานส่งไปตามโลกต่างๆเป็นตั้น

ดังนั้นบางครั้งดเวลาเราเห็นการตั้งปะรำพิธีที่มีซานชิงอยู่ มักจะมีรูปกิมสิ้นเล็กๆของ กุมารกะเรียนขาวน้อย นี้อยู่ด้วยนั้นเองครับ

บันทึก กับกุมารกระเรียนขาวนี้ มีอยู่ในพระไตรปิฎกของเต๋า เรียกว่า เต้าจ่าง Taoist Canon (Daozang 道藏) ซึ่งจะมีเรื่องราวของเทพเจ้าที่เราไม่คุ้นเคยอยู่มากมาย เต้าจ่างนี้ปัจจุบันไม่มีการตีพิมพ์ออกมาแล้ว จะหาได้คงจากไต้หวันหรือฮ่องกงครับ